ที่มา’ศิลปาชีพ’
แม้ไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม ไม่ประสบปัญหาขาดแคลนข้าวปลาอาหารเหมือนประเทศอุตสาหกรรมที่ต้องนำเข้าสินค้าอาหาร แต่การเกษตรของไทยโดยพื้นฐานยังต้องอาศัยธรรมชาติ ถ้าดินดี มีนํ้าตามฤดูกาล เกษตรกรก็จะมีรายได้จากพืชผักผลไม้ แต่ถ้าเกษตรกรได้รับอานิสงส์พร้อมกันโดยถ้วนหน้า ก็จะเกิดปัญหาผลผลิตล้นตลาด ฉุดราคาสินค้าเกษตรให้ถูกลง ซึ่งไม่เพียงกำไรหดเท่านั้น ทุนยังหายไปอีกด้วย ปีใดฝนแล้ง ไม่มีนํ้าปลูกพืชไร่ ที่ลงดินไปแล้วก็เหี่ยวเฉา เกษตรกรขาดรายได้ เงินลงทุนสูญหายหนักขึ้น ตรงกันข้าม ปีใดมรสุมพาฝนจนล้นฟ้าพืชไร่ถูกนํ้าท่วมเสียหาย ก็ไม่มีรายได้มาล้างหนี้ที่กู้มาลงทุน...
เป็นนักการเมือง แต่กลัวยุทธศาสตร์ชาติ
ยุทธศาสตร์ (strategy) กล่าวโดยสรุป เป็นศาสตร์และศิลป์ในการนำทรัพยากรด้านต่าง ๆ มาสนับสนุนการดำเนินนโยบายให้เกิดประโยชน์สูงสุด (ประสิทธิภาพ) เมื่อเป็นยุทธศาสตร์ของชาติ จึงเป็นการนำกำลังอำนาจของชาติในทุก ๆ ด้าน อาทิ การเมืองเศรษฐกิจ สังคมจิตวิทยา วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม พลังงาน หรือแม้แต่การทหาร...
การบ้าน ๔ ข้อ ของนายกฯ
หลังปุจฉาในรายการศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนทางสถานีโทรทัศน์ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (คสช.) ไม่ได้ทิ้งเรื่องที่ถามลอย ๆ ไว้บนอากาศ ยังติดปลายนวมมาตั้งเป็นการบ้านให้พี่น้องชาวไทยทั้งหลายได้ช่วยกันตอบ โดยมีเหตุผลที่เป็นทางการว่า เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางในการพัฒนาประเทศชาตินำพาไปสู่ความเข้มแข็งอย่างมั่นคงและยั่งยืน ส่วนเหตุผลที่ไม่ได้เปิดเผยเป็นทางการ อันนี้ ต้องเดากันเอง การบ้านที่ว่านี้ ไม่ได้สั่งให้สำนักงานสถิติแห่งชาติหรือขอให้โพลไหน ๆ...

Econnews_60508580731

Econnews ฉบับประจำเดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๐

เนื้อหาในฉบับ

เรื่องจากปก

ตั้ง ‘Super Holding’  ปฏิรูปหรือผูกขาดรัฐวิสาหกิจ?

 

 

 

 

Read more
ร. ๙ กับรางวัลระดับโลก

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ ๙ ทรงได้รับการยกย่องจากองค์กรระหว่างประเทศและระดับโลก ที่ไม่เพียงการเฉลิมพระเกียรติ หากมาจากพระอัจฉริยภาพในด้านต่าง ๆ ที่ก่อให้เกิดประโยชน์แก่มวลมนุษยชาติอย่างยั่งยืน

Read more
ที่มา’ศิลปาชีพ’

แม้ไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม ไม่ประสบปัญหาขาดแคลนข้าวปลาอาหารเหมือนประเทศอุตสาหกรรมที่ต้องนำเข้าสินค้าอาหาร แต่การเกษตรของไทยโดยพื้นฐานยังต้องอาศัยธรรมชาติ ถ้าดินดี มีนํ้าตามฤดูกาล เกษตรกรก็จะมีรายได้จากพืชผักผลไม้ แต่ถ้าเกษตรกรได้รับอานิสงส์พร้อมกันโดยถ้วนหน้า ก็จะเกิดปัญหาผลผลิตล้นตลาด ฉุดราคาสินค้าเกษตรให้ถูกลง ซึ่งไม่เพียงกำไรหดเท่านั้น ทุนยังหายไปอีกด้วย

Econnews_issue_602_คอลัมน์_จากฟ้าสู่ดิน_ที่มาศิลปาชีพ

ปีใดฝนแล้ง ไม่มีนํ้าปลูกพืชไร่ ที่ลงดินไปแล้วก็เหี่ยวเฉา เกษตรกรขาดรายได้ เงินลงทุนสูญหายหนักขึ้น

ตรงกันข้าม ปีใดมรสุมพาฝนจนล้นฟ้าพืชไร่ถูกนํ้าท่วมเสียหาย ก็ไม่มีรายได้มาล้างหนี้ที่กู้มาลงทุน

ข้างต้นคือสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกษตรกรไทยมีหนี้สินล้นพ้นตัว จนไร่นาที่เคยเป็นของตนเอง ต้องเปลี่ยนมือไปเป็นของเจ้าหนี้และนายทุน

การเสด็จฯ เยี่ยมพสกนิกรของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชรัชกาลที่ ๙ หลังพระราชพิธีบรมราชาภิเษก๕ พฤษภาคม ๒๔๙๓ เป็นต้นมา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้โดยเสด็จฯ โดยตลอด จึงทรงเห็นความยากลำบากของชาวนา ชาวไร่ ผู้เป็นพลเมืองส่วนใหญ่ของประเทศ และทรงเห็นจุดเด่นจากศิลปหัตถกรรมของเกษตรกรไทยในช่วงว่างจากไร่นารอการเก็บเกี่ยว แต่งานฝีมืออันเป็นเอกลักษณ์ไทยซึ่งเคยรุ่งเรืองมาแต่โบราณหลายอย่างกำลังจางหายไปด้วยเหตุปัจจัยต่าง ๆ ทั้งคุณค่าทางวัฒนธรรมที่ถูกมองข้ามและอุปสรรคทางการตลาด

ถ้ามีการฟื้นฟูดูแลเพื่อสานต่อศิลปหัตถกรรมอันเป็นเอกลักษณ์ไทยให้ถาวรเกษตรกรก็จะมีรายได้เสริม หรืออาจเป็นรายได้หลักในอนาคต

๒๑ กรกฎาคม ๒๕๑๙ โปรดเกล้าฯ ให้ก่อตั้งมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถอ(The Foundation for the Promotion of Supplementary Occupations and RelatedอTechnique of Her Majesty Queen Sirikit of Thailand)

ปี ๒๕๒๒ โปรดเกล้าฯ ให้ก่อตั้งโรงฝึกศิลปาชีพแขนงต่าง ๆ และขยายออกไปตามภูมิภาค

ทรงส่งเสริมชาวไทยภูเขาที่เคยมีอาชีพปลูกฝิ่น หันมาประกอบอาชีพงานฝีมือที่ชำนาญอยู่แล้ว คือ ช่างเงิน ทรงส่งเสริมหัตถกรรมไทยโบราณที่กำลังหายไปตามกาลเวลา ให้กลับมาแพร่หลาย เช่น ผ้าไหมมัดหมี่ลายโบราณ ผ้าแพรวา จักสาน ย่านลิเภา ถมเงิน และถมทอง เป็นต้น

กล่าวโดยสรุป งานศิลปาชีพครอบคลุม ทั้งงานผ้า งานไม้ งานจักสาน งานเซรามิก งานดอกไม้ประดิษฐ์ ฯลฯ และยังทรงรับเด็กยากจนที่ไม่เคยมีประสบการณ์งานช่างมาเรียนศิลปาชีพจากครูฝีมือที่ทรงเสาะหามาสอนอีกด้วย

ปี ๒๕๓๘ รัฐบาลตั้ง ‘กองศิลปาชีพ’ในสำนักราชเลขาธิการ เพื่อสนับสนุนงานของมูลนิธิ หลังประจักษ์ถึงผลงานอันเด่นชัด

‘ศิลปาชีพ’ วันนี้ ไม่ใช่งานอดิเรกหรืองานรอการเก็บเกี่ยว หากเป็นงานหลักที่เพิ่มมูลค่า งานประณีตเท่าใด ก็จะมีมูลค่าเพิ่มตามขึ้นไปด้วย

พิชัยชลสินธู์ คอลัมน์’จากฟ้าสู่ดิน’ EconNews เดือนสิงหาคม ๒๕๖๐ ฉบับที่ ๖๐๒

Read more
เป็นนักการเมือง แต่กลัวยุทธศาสตร์ชาติ

ยุทธศาสตร์ (strategy) กล่าวโดยสรุป เป็นศาสตร์และศิลป์ในการนำทรัพยากรด้านต่าง ๆ มาสนับสนุนการดำเนินนโยบายให้เกิดประโยชน์สูงสุด (ประสิทธิภาพ)

เมื่อเป็นยุทธศาสตร์ของชาติ จึงเป็นการนำกำลังอำนาจของชาติในทุก ๆ ด้าน อาทิ การเมืองเศรษฐกิจ สังคมจิตวิทยา วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม พลังงาน หรือแม้แต่การทหาร มาใช้ในการดำเนินนโยบายของชาติอย่างมีประสิทธิภาพ

พระราชบัญญัติการจัดทำยุทธศาสตร์ พ.ศ. ๒๕๖๐ ไม่ได้นิยามความหมาย ‘ยุทธศาสตร์ชาติ’ แต่บอกว่าประกอบด้วย (๑) วิสัยทัศน์การพัฒนาประเทศ (๒) เป้าหมายการพัฒนาประเทศระยะยาว ที่ต้องกำหนดเวลาดำเนินการให้บรรลุเป้าหมายและตัวชี้วัด และ (๓) ยุทธศาสตร์ด้านต่าง ๆ

แต่นักการเมือง โดยเฉพาะกลุ่มที่ถูกล้มล้างอำนาจ ปฏิเสธยุทธศาสตร์ชาติ อ้างว่าจะทำให้ไม่เป็นอิสระในการบริหารงานเมื่อได้เป็นรัฐบาล เพราะกฎหมายกำหนดให้มีผลผูกพันหน่วยงานของรัฐ และตำหนิยุทธศาสตร์ที่ยาวนานถึง ๒๐ ปี ขณะที่โลกมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

นักการเมืองที่หยิบเฉพาะส่วนใดส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์มาพูด ก็จะมีเหตุผลตามคนที่พูด ผู้ฟังที่ไม่เปิดใจอยู่แล้วก็จะคล้อยตามผู้พูดทันที หรือผู้ฟังที่ไม่มีเวลาติดตามข่าวสารอาจเกิดความสับสนหรือเห็นตามไปด้วยก็ได้อีกเช่นกัน

ข้อเท็จจริง ยุทธศาสตร์ชาติ แม้ผูกพันหน่วยงานของรัฐ แต่ไม่ได้มีรายละเอียดเชิงปฏิบัติการเพราะยังเป็นเพียงวิสัยทัศน์ กรอบการพัฒนา และเป้าหมายในด้านต่าง ๆ ที่หน่วยงานของรัฐต้องทำแผนงานตามนโยบายของรัฐบาลซึ่งก็ยังมีอิสระในการนำยุทธศาสตร์ของชาติในเรื่องใดมาใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาประเทศ แต่เมื่อเป็นนโยบายและแผนแล้ว ก็ต้องเป็นไปตามกรอบและตอบโจทย์ที่กำหนดไว้ในยุทธศาสตร์ชาติ

ที่ผ่าน ๆ มา แม้มี ‘แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ’ มาแล้ว ๑๒ ฉบับ ก็จริง แต่มีน้อยรัฐบาลที่ใส่ใจนำมาประกอบการกำหนดนโยบายบริหารประเทศ

การรับจำนำข้าวที่กำหนดเพดานไว้สูงกว่าราคาตลาด คือกรณีศึกษาสำหรับนโยบายในการบริหารประเทศที่ขาดยุทธศาสตร์และไร้ประสิทธิภาพ – นโยบายการรับจำนำข้าวเป็นเพียงเครื่องมือในการหาเสียง โดยอ้าง ‘การลืมตาอ้าปาก’ ของชาวนา

กล่าวเฉพาะยุทธศาสตร์ชาติ ส่วนที่น่าจะเป็น ๒๐ ปี ได้จริง ๆ คือ ‘วิสัยทัศน์’ ที่ต้องการเป็น แต่ก็ต้องอยู่ใน ‘วิสัย’ ที่จะไปให้ถึงบนพื้นฐานกำลังอำนาจของชาติในด้านต่าง ๆ

‘ยุทธศาสตร์’ ไม่อาจกำหนดไว้ตายตัวหรือเปลี่ยนแปลงไม่ได้ เช่นเดียวกับยุทธศาสตร์ชาติ จึงมีการแบ่งเป็นช่วงเวลา อาทิ ระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เพื่อประเมินผลและปรับปรุงแผนการดำเนินงานให้สอดคล้องกับบริบทที่เปลี่ยนไปและสภาพกำลังอำนาจของชาติ
ไทยไม่ใช่ประเทศแรกที่มียุทธศาสตร์ชาติ เพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียงอย่างมาเลเซียมีก่อนไทยหลายปี เขาตั้งวิสัยทัศน์ไว้สูงมากคือการเป็น ‘ประเทศพัฒนาแล้ว’ (developed country) จึงออกตัวแรงตั้งแต่แรก – วันนี้ มาเลเซียเป็นอย่างไร คำตอบเห็นได้ชัดว่าเขายืนอยู่ข้างหน้าเรา

เขียนเรื่องนี้ เพราะไม่อยากเห็นคน (นักการเมือง) ที่มือไม่พาย แล้วยังเอาเท้ารานํ้า

บรรยงค์ สุวรรณผ่อง คอลัมน์’คิด’ EconNews ฉบับเดือนสิงหาคม ๒๕๖๐ Issue ๖๐๒ หน้าที่ ๗

Read more
การบ้าน ๔ ข้อ ของนายกฯ

หลังปุจฉาในรายการศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนทางสถานีโทรทัศน์ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (คสช.) ไม่ได้ทิ้งเรื่องที่ถามลอย ๆ ไว้บนอากาศ ยังติดปลายนวมมาตั้งเป็นการบ้านให้พี่น้องชาวไทยทั้งหลายได้ช่วยกันตอบ โดยมีเหตุผลที่เป็นทางการว่า เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางในการพัฒนาประเทศชาตินำพาไปสู่ความเข้มแข็งอย่างมั่นคงและยั่งยืน ส่วนเหตุผลที่ไม่ได้เปิดเผยเป็นทางการ อันนี้ ต้องเดากันเอง

การบ้านที่ว่านี้ ไม่ได้สั่งให้สำนักงานสถิติแห่งชาติหรือขอให้โพลไหน ๆ ไปเดินถามตามบ้าน ถ้าอยากตอบ ก็ต้องทวนกระแส ‘ประเทศไทยยุค ๔.๐’ ขับรถมาหรือนั่งรถเมล์มา หรือขี่มอเตอร์ไซค์มาหรือปั่นจักรยานมา หรือจะเดินมาก็ตามใจไปที่ ‘ศูนย์ดำรงธรรม’ ตามจังหวัดต่าง ๆ

แล้วไม่ลืมพกบัตรประชาชนไปด้วยเพราะนอกจากต้องลงชื่อ นามสกุล ที่อยู่ อายุ เพศ อาชีพ การศึกษา หมายเลขโทรศัพท์ และลายเซ็นแล้ว ยังต้องแสดงบัตรประชาชนพร้อมกรอกหมายเลขประจำตัวประชาชนบนแบบฟอร์มอีกด้วย – จะได้เป็นคำตอบจากตัวจริงเสียงจริง ว่างั้นปุจฉา ๔ ข้อ ที่ขอให้พี่น้องวิสัชนาได้แก่

หนึ่ง คิดว่าการเลือกตั้งครั้งต่อไป จะได้รัฐบาลที่มี ‘ธรรมาภิบาล’ หรือไม่ (คิดแบบมองโลกในแง่ร้ายหน่อย ๆ ก็ต้องบอกว่าเป็นการตั้งคำถามแบบว่าเหล่ ๆ คนในแวดวงการเมือง)

สอง หากไม่ได้ (รัฐบาลที่มีธรรมาภิบาล) จะทำอย่างไร (นี่ก็ถามแบบไม่ยั้งปาก)

สาม การเลือกตั้งเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งของประชาธิปไตย แต่การเลือกตั้งอย่างเดียว ไม่คำนึงถึงเรื่องอนาคตของประเทศและเรื่องอื่น ๆ เช่น ประเทศชาติจะมียุทธศาสตร์และปฏิรูปหรือไม่นั้น ‘ถูกต้อง’การบ้าน ๔ ข้อ ของนายกฯหรือ ‘ไม่ถูกต้อง’ (นี่ก็ถามกึ่งนำชัด ๆ เพราะหนีไม่พ้นคำตอบที่ว่าประเทศชาติควรมียุทธศาสตร์และปฏิรูป – เข้าทาง)

สี่ คิดว่ากลุ่มนักการเมืองที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในทุกกรณี ควรจะมีโอกาสเข้ามาสู่การเลือกตั้งอีกหรือไม่ หากเข้ามาได้อีกแล้วจะให้ใครแก้ไข และ/แก้ไขด้วยวิธีอะไร

วันแรกที่เปิดรับคำตอบ ก็เจอชาวบ้านย้อนถามแล้วว่า ‘ธรรมาภิบาล’ น่ะ มันอันหยังก๊ะ (ฮา)

ไม่รู้เจ้าหน้าที่ตอบว่าอย่างไร แต่คงสรุปให้ชาวบ้านเข้าใจง่าย ๆ ก็เป็นคนดี มีคุณธรรม ไม่เข้ามาคดมาโกงอะไรทำนองนั้นนั่นแหละ

แล้วก็มีชาวบ้านสงสัยข้อสองต่อไปว่าอะไรมันจะได้คนไม่ดีทั้งหมด มันก็ต้องมีดีบ้าง ไม่ดีบ้าง

ติ๊ดต่าง ไม่ได้รัฐบาลแบบว่าซื่อสัตย์เหมือนรัฐบาลท่านนายกฯ คนปัจจุบัน(เลียแผลบ ๆ) แล้วจะทำอย่างไรนั้น อันนี้ก็จนปัญญา ก็เขาเข้ามาเป็นรัฐบาลแล้วนี่ถามอะไร ยากจัง

ชาวบ้านคงต้องย้อนถามต่อไปว่า มีแต่จอบแต่เสียม ไม่ได้มีปืนผาหน้าไม้เอาไปยึดทำเนียบได้

หรือจะให้ตอบว่า วานนายกฯ กลับมทำรัฐประหาร (ฮา)

มาถึงข้อสาม ตีกรอบมาให้ตอบได้ ๒ช่อง ว่าจะขีดช่อง ‘ถูกต้อง’ หรือ ‘ไม่ถูกต้อง’

อ้าว ถ้าขีดถูกในช่อง ‘ไม่ถูกต้อง’ ก็หม่าง ๆ น่ะซี

แต่ข้อสุดท้ายนี่ ‘สวดยวด’ (ภาษาวัยรุ่น) เหมือนรู้ว่าอย่างไรเสียชาวบ้านต้องตอบว่าไม่ควรให้นักการเมืองที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมเข้ามาสู่การเลือกตั้งอีก ก็อาศัยปาก เอ๊ยมือชาวบ้านนี่แหละเขียนเป็นหลักฐานให้มันชัดมันเจนไปโลด

และที่เจ็บ ๆ คัน ๆ ก็ตรงสุดท้ายของสุดท้าย ที่ถามว่าถ้าเข้ามาได้ล่ะ จะให้ใครแก้ไข และแก้ไขด้วยวิธีอะไร – ว้าวววว

ตอบแบบ ‘สอพลอจอหอ’ ก็ต้องบอกว่า มองไม่เห็นใครอีกแล้ว นอกจาก ลุงตู่’ เท่านั้น (ฮา)

ส่วนจะแก้ไขอย่างไรนั้น อันนี้ ลุงตู่รู้ดีแน่นอน – จบข่าว

คอลัมน์รัฐกิจ โดยบรรยงค์ สุวรรณผ่อง

EconNews ฉบับเดือนมิถุนายน ๒๕๖๐ หน้าที่ ๗๐

Read more