ที่มา’ศิลปาชีพ’
แม้ไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม ไม่ประสบปัญหาขาดแคลนข้าวปลาอาหารเหมือนประเทศอุตสาหกรรมที่ต้องนำเข้าสินค้าอาหาร แต่การเกษตรของไทยโดยพื้นฐานยังต้องอาศัยธรรมชาติ ถ้าดินดี มีนํ้าตามฤดูกาล เกษตรกรก็จะมีรายได้จากพืชผักผลไม้ แต่ถ้าเกษตรกรได้รับอานิสงส์พร้อมกันโดยถ้วนหน้า ก็จะเกิดปัญหาผลผลิตล้นตลาด ฉุดราคาสินค้าเกษตรให้ถูกลง ซึ่งไม่เพียงกำไรหดเท่านั้น ทุนยังหายไปอีกด้วย ปีใดฝนแล้ง ไม่มีนํ้าปลูกพืชไร่ ที่ลงดินไปแล้วก็เหี่ยวเฉา เกษตรกรขาดรายได้ เงินลงทุนสูญหายหนักขึ้น ตรงกันข้าม ปีใดมรสุมพาฝนจนล้นฟ้าพืชไร่ถูกนํ้าท่วมเสียหาย ก็ไม่มีรายได้มาล้างหนี้ที่กู้มาลงทุน...
เป็นนักการเมือง แต่กลัวยุทธศาสตร์ชาติ
ยุทธศาสตร์ (strategy) กล่าวโดยสรุป เป็นศาสตร์และศิลป์ในการนำทรัพยากรด้านต่าง ๆ มาสนับสนุนการดำเนินนโยบายให้เกิดประโยชน์สูงสุด (ประสิทธิภาพ) เมื่อเป็นยุทธศาสตร์ของชาติ จึงเป็นการนำกำลังอำนาจของชาติในทุก ๆ ด้าน อาทิ การเมืองเศรษฐกิจ สังคมจิตวิทยา วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม พลังงาน หรือแม้แต่การทหาร...
การบ้าน ๔ ข้อ ของนายกฯ
หลังปุจฉาในรายการศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนทางสถานีโทรทัศน์ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (คสช.) ไม่ได้ทิ้งเรื่องที่ถามลอย ๆ ไว้บนอากาศ ยังติดปลายนวมมาตั้งเป็นการบ้านให้พี่น้องชาวไทยทั้งหลายได้ช่วยกันตอบ โดยมีเหตุผลที่เป็นทางการว่า เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางในการพัฒนาประเทศชาตินำพาไปสู่ความเข้มแข็งอย่างมั่นคงและยั่งยืน ส่วนเหตุผลที่ไม่ได้เปิดเผยเป็นทางการ อันนี้ ต้องเดากันเอง การบ้านที่ว่านี้ ไม่ได้สั่งให้สำนักงานสถิติแห่งชาติหรือขอให้โพลไหน ๆ...
การบ้าน ๔ ข้อ ของนายกฯ

หลังปุจฉาในรายการศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนทางสถานีโทรทัศน์ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (คสช.) ไม่ได้ทิ้งเรื่องที่ถามลอย ๆ ไว้บนอากาศ ยังติดปลายนวมมาตั้งเป็นการบ้านให้พี่น้องชาวไทยทั้งหลายได้ช่วยกันตอบ โดยมีเหตุผลที่เป็นทางการว่า เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางในการพัฒนาประเทศชาตินำพาไปสู่ความเข้มแข็งอย่างมั่นคงและยั่งยืน ส่วนเหตุผลที่ไม่ได้เปิดเผยเป็นทางการ อันนี้ ต้องเดากันเอง

การบ้านที่ว่านี้ ไม่ได้สั่งให้สำนักงานสถิติแห่งชาติหรือขอให้โพลไหน ๆ ไปเดินถามตามบ้าน ถ้าอยากตอบ ก็ต้องทวนกระแส ‘ประเทศไทยยุค ๔.๐’ ขับรถมาหรือนั่งรถเมล์มา หรือขี่มอเตอร์ไซค์มาหรือปั่นจักรยานมา หรือจะเดินมาก็ตามใจไปที่ ‘ศูนย์ดำรงธรรม’ ตามจังหวัดต่าง ๆ

แล้วไม่ลืมพกบัตรประชาชนไปด้วยเพราะนอกจากต้องลงชื่อ นามสกุล ที่อยู่ อายุ เพศ อาชีพ การศึกษา หมายเลขโทรศัพท์ และลายเซ็นแล้ว ยังต้องแสดงบัตรประชาชนพร้อมกรอกหมายเลขประจำตัวประชาชนบนแบบฟอร์มอีกด้วย – จะได้เป็นคำตอบจากตัวจริงเสียงจริง ว่างั้นปุจฉา ๔ ข้อ ที่ขอให้พี่น้องวิสัชนาได้แก่

หนึ่ง คิดว่าการเลือกตั้งครั้งต่อไป จะได้รัฐบาลที่มี ‘ธรรมาภิบาล’ หรือไม่ (คิดแบบมองโลกในแง่ร้ายหน่อย ๆ ก็ต้องบอกว่าเป็นการตั้งคำถามแบบว่าเหล่ ๆ คนในแวดวงการเมือง)

สอง หากไม่ได้ (รัฐบาลที่มีธรรมาภิบาล) จะทำอย่างไร (นี่ก็ถามแบบไม่ยั้งปาก)

สาม การเลือกตั้งเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งของประชาธิปไตย แต่การเลือกตั้งอย่างเดียว ไม่คำนึงถึงเรื่องอนาคตของประเทศและเรื่องอื่น ๆ เช่น ประเทศชาติจะมียุทธศาสตร์และปฏิรูปหรือไม่นั้น ‘ถูกต้อง’การบ้าน ๔ ข้อ ของนายกฯหรือ ‘ไม่ถูกต้อง’ (นี่ก็ถามกึ่งนำชัด ๆ เพราะหนีไม่พ้นคำตอบที่ว่าประเทศชาติควรมียุทธศาสตร์และปฏิรูป – เข้าทาง)

สี่ คิดว่ากลุ่มนักการเมืองที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในทุกกรณี ควรจะมีโอกาสเข้ามาสู่การเลือกตั้งอีกหรือไม่ หากเข้ามาได้อีกแล้วจะให้ใครแก้ไข และ/แก้ไขด้วยวิธีอะไร

วันแรกที่เปิดรับคำตอบ ก็เจอชาวบ้านย้อนถามแล้วว่า ‘ธรรมาภิบาล’ น่ะ มันอันหยังก๊ะ (ฮา)

ไม่รู้เจ้าหน้าที่ตอบว่าอย่างไร แต่คงสรุปให้ชาวบ้านเข้าใจง่าย ๆ ก็เป็นคนดี มีคุณธรรม ไม่เข้ามาคดมาโกงอะไรทำนองนั้นนั่นแหละ

แล้วก็มีชาวบ้านสงสัยข้อสองต่อไปว่าอะไรมันจะได้คนไม่ดีทั้งหมด มันก็ต้องมีดีบ้าง ไม่ดีบ้าง

ติ๊ดต่าง ไม่ได้รัฐบาลแบบว่าซื่อสัตย์เหมือนรัฐบาลท่านนายกฯ คนปัจจุบัน(เลียแผลบ ๆ) แล้วจะทำอย่างไรนั้น อันนี้ก็จนปัญญา ก็เขาเข้ามาเป็นรัฐบาลแล้วนี่ถามอะไร ยากจัง

ชาวบ้านคงต้องย้อนถามต่อไปว่า มีแต่จอบแต่เสียม ไม่ได้มีปืนผาหน้าไม้เอาไปยึดทำเนียบได้

หรือจะให้ตอบว่า วานนายกฯ กลับมทำรัฐประหาร (ฮา)

มาถึงข้อสาม ตีกรอบมาให้ตอบได้ ๒ช่อง ว่าจะขีดช่อง ‘ถูกต้อง’ หรือ ‘ไม่ถูกต้อง’

อ้าว ถ้าขีดถูกในช่อง ‘ไม่ถูกต้อง’ ก็หม่าง ๆ น่ะซี

แต่ข้อสุดท้ายนี่ ‘สวดยวด’ (ภาษาวัยรุ่น) เหมือนรู้ว่าอย่างไรเสียชาวบ้านต้องตอบว่าไม่ควรให้นักการเมืองที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมเข้ามาสู่การเลือกตั้งอีก ก็อาศัยปาก เอ๊ยมือชาวบ้านนี่แหละเขียนเป็นหลักฐานให้มันชัดมันเจนไปโลด

และที่เจ็บ ๆ คัน ๆ ก็ตรงสุดท้ายของสุดท้าย ที่ถามว่าถ้าเข้ามาได้ล่ะ จะให้ใครแก้ไข และแก้ไขด้วยวิธีอะไร – ว้าวววว

ตอบแบบ ‘สอพลอจอหอ’ ก็ต้องบอกว่า มองไม่เห็นใครอีกแล้ว นอกจาก ลุงตู่’ เท่านั้น (ฮา)

ส่วนจะแก้ไขอย่างไรนั้น อันนี้ ลุงตู่รู้ดีแน่นอน – จบข่าว

คอลัมน์รัฐกิจ โดยบรรยงค์ สุวรรณผ่อง

EconNews ฉบับเดือนมิถุนายน ๒๕๖๐ หน้าที่ ๗๐

Read more
เมื่อเก้าอี้ที่พี่ให้กลายเป็นของร้อน

เรื่อง ‘ข้าว’ สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่รับจำนำจากชาวนาสูงกว่าราคาซื้อขายจริง จนตลาดบิดเบือน และเกิดความเสียหาย นับแสนล้านบาท กระนั้น ก็ยังได้รับการพิจารณาว่า อดีตนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้รับผิดชอบนโยบายไม่มีความผิด เพราะเป็นเรื่องทางการเมืองที่ได้หาเสียงไว้

แต่ที่ต้องรับผิดชอบ คือไม่ฟังเสียงเตือนจากหลายฝ่ายว่านโยบายนี้ได้เกิดความเสียหายอันเนื่องมาจากการทุจริตของนักการเมืองในรัฐบาล แล้วยังปล่อยให้มีการรับจำนำกันต่อไป ด้วยข้ออ้างเป็นนโยบายที่ได้รับปากไว้กับประชาชนแล้ว ถือว่าเป็นผู้บังคับบัญชาซึ่งมีหน้าที่ต้องระมัดระวังความเสียหาย แต่กลับปล่อยให้เกิดการทุจริตกันต่อไป จึงหนีไม่พ้นการรับผิด

เมื่อตัดความเสียหายในช่วงที่ยัง ไม่เกิดปัญหาการทุจริตออกไปแล้ว ยังเหลือความเสียหายในส่วนหลังที่คณะกรรมการพิจารณาความรับผิดทางแพ่งประเมินอีก ๑๗๘,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งอดีตนายกยิ่งลักษณ์ ฯ ต้องชดใช้ร้อยละ ๒๐ ของความเสียหายทั้งโครงการ

คิดเป็นตัวเงิน ๓๕,๗๑๗ ล้านบาท

ส่วนความรับผิดที่เหลืออีกร้อยละ ๘๐ แบ่ง ๆ กันไปในหมู่นักการเมืองร่วมรัฐบาลและข้าราชการที่อยากเอาใจ หรือยินยอม หรือไม่เต็มใจ แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร

แต่ไม่หมดแค่นี้ ยังมีอีกหลายคดีที่อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ถูกกล่าวหา ตั้งแต่ (๑) กระทำผิดต่อหน้าที่ในการออกหนังสือเดินทางให้ ดร. ทักษิณ ชินวัตร โดยมิชอบ (๒) จงใจใช้อำนาจขัดต่อรัฐธรรมนูญกรณีแทรกแซงแต่งตั้งโยกย้าย นายทหารชั้นนายพลโดย ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย (๓) จ่ายเงินเยียวยาแก่พวกพ้องตนเองที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมืองระหว่างปี ๒๕๔๘ ๒๕๕๓ รายละ ๗.๕ ล้านบาท โดยไม่มีอำนาจ (๔) จ่ายเงินผู้ต้องขังคดีอาญาทางการเมืองเพื่อช่วยเหลือพวกพ้องตนเองโดยไม่มีกฎหมายรองรับ (๕) ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบในการออกพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการวางระบบบริหารจัดการนํ้าและสร้างอนาคตประเทศ พ.ศ. ๒๕๕๕ จำนวน ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วนำเงินไปใช้จ่ายโดยไม่ผ่านคลังและไม่มีรายละเอียดการใช้เงิน (๖) กระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการโดยใช้ให้สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบจัดทำป้ายโฆษณาตนเองและรัฐมนตรีในจังหวัดต่าง ๆ อันเป็นประโยชน์ทับซ้อน (๗) เลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคลเพราะเหตุแห่งความแตกต่างทางความคิดเห็นด้านการเมืองที่ไม่ขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ (๘) ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบในการออกประกาศพื้นที่กระทบความมั่นคงที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ และทำให้รัฐเสียหาย

จากงบประมาณ ๑๗๕ ล้านบาท (๙) ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบในการออกคำสั่งโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติเพื่อเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้องของตน (๑๐) มีพฤติการณ์ส่อว่าจงใจใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติของกฎหมาย ป.ป.ช. ที่หน่วยงานของรัฐเพิกเฉยต่อการจัดทำรายละเอียดค่าใช้จ่ายการจัดซื้อจัดจ้าง แล้วละเว้นไม่ดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย (๑๑) ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบโดยร่วมกันมีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติให้กระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ ๒ ล้านล้านบาท

ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญพิพากษาให้ร่างกฎหมายนี้ตกไปแล้ว (๑๒) มีพฤติการณ์ส่อว่ากระทำผิดต่อหน้าที่ราชการหรือใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายหรือไม่ปฏิบัติ ตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงในการพิจารณากระบวนการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับที่มาของวุฒิสภา (๑๓) จงใจใช้อำนาจขัดรัฐธรรมนูญและกฎหมายกระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต (๑๔) มีพฤติการณ์ร่วมกันกระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการกรณีมีหน้าที่เกี่ยวข้องและรับผิดชอบในการเก็บกัก ควบคุม ระบาย หรือบริหารจัดการนํ้า เป็นเหตุให้เกิดอุทกภัย ในปี ๒๕๕๔ และ (๑๕) กระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ ขัดต่อรัฐธรรมนูญและกฎหมายในโครงการบริหารจัดการทรัพยากรนํ้าฯ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท และกู้เงินโดยมิชอบ

ถ้ารู้ว่านี่คือผลพวงจากของขวัญที่ พี่ชายยกให้ จะยังยินดีเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ ๒๘ ของไทยไหมหนอ

เมื่อเก้าอี้ที่พี่ให้กลายเป็นของร้อน คอลัมน์รัฐกิจโดย กระจกทำเนียบ

EconNews ประจำเดือนกันยายน ๒๕๕๙ ฉบับที่ ๕๙๑ หน้า ๗

 

Read more
‘นายกฯ’ ของขวัญที่พี่ให้

ระหว่างที่กระบวนการยุติธรรมคดีจำนำข้าวกำลังเดินไปข้างหน้า หม่อมหลวงปนัดดาดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเมื่อ ๓ สิงหาคม ๒๕๕๙ ก็ออกมาสรุปผลความเสียหาย หลังนายจิรชัย มูลทองโร่ยรองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและความผิดทางละเมิด เข้ารายงานตัวเลขความเสียหาย ก่อนนำเสนอคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ซึ่งมีพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ(คสช.) เป็นประธานตัวเลขไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากตอนต้นปียังคงเป็นความเสียหายจากการบริหารจัดการโครงการฯ ในส่วนของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กว่า ๒๘๖,๖๐๐ ล้านบาท และส่วนของนายบุญทรง เตริยาภิรมย์อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์และพวกอีกกว่า ๑๘,๗๐๐ ล้านบาท

ตัวเลขที่นายบุญทรง ต้องรับผิดชอบมาจากการระบายข้าวในสต็อกที่รับมอบเข้ามา ๑๓.๓ ล้านตัน แต่ส่งออกไปยังต่างประเทศจริง ๆ ไม่ถึง ๑ ล้านตัน ค้างอยู่ในคลัง ๑๓ ล้านตัน นอกนั้น เป็นตัวเลข ‘เวียนเทียน’

ประเด็นจึงอยู่ที่คำสั่งเรียกค่าเสียหาย‘ทางแพ่ง’ อันแปลความได้ว่า จะเป็นคดีคู่ขนานไปกับ ‘ทางอาญา’ ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองซึ่งนางสาวยิ่งลักษณ์ ตกเป็นจำเลย โดยมีอัยการแผ่นดินเป็นโจทย์ – งานนี้ นางสาวยิ่งลักษณ์ ถึงกับบ่นบน Page ‘YingluckShinawatra’ ว่าเป็นช่วงที่ยากลำบากของชีวิตพร้อมกับอ้อน ‘พี่น้อง’ และ ‘แฟนเพจ’ช่วยให้กำลังใจแบบเต็ม ๆ เหมือนเมื่อครั้งยังเป็น ‘ทั่นนายิกา’

พูดถึงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ก็ต้องย้อนไปเมื่อ ๒๘ กรกฎาคม ที่ผ่านมา อันเป็นโอกาสคล้ายวันเกิด ดร. ทักษิณ ชินวัตรพี่ชายที่น้องสาวให้ความเคารพเหมือนบิดาอีกคนหนึ่ง จึงลงแรงใจ แรงกาย โดยเฉพาะแรงสมอง ทำเพลง แบบว่าแต่งเองทั้งเนื้อ
ร้องและทำนอง – ข้อเท็จจริงจะเป็นเช่นนั้นกี่เปอร์เซ็นต์ งานนี้ไม่ว่ากัน

แถมร้องเองอีกต่างหาก – เรียกว่าไม่ฟังไม่ได้แล้ว

“พี่คะ น้องตั้งใจที่จะอัดเพลงนี้ให้เป็นของขวัญวันเกิดพี่ชาย อยากจะ surpriseพี่ชาย เพราะน้องไม่มีโอกาสที่จะอวยพรเหมือนคนอื่น ๆ เพราะเรามีข้อจำกัดที่เหมือนกันก็คือ น้องไปได้ทุกที่ในประเทศไทย ยกเว้นต่างประเทศ พี่ชายก็เดินทางไปได้ทุกประเทศยกเว้นประเทศไทย อยากจะบอกว่าความรู้สึกนั้น มันทรมานมากค่ะ และอีกความรู้สึกหนึ่ง แต่น้องก็เชื่อว่า พี่ก็รู้สึกเหมือนน้องก็คือ การที่เรามาจากประชาชน เรารู้สึกถึงบุญคุณ เรารู้สึกถึงความรัก ความห่วงใยที่ประชาชนมีให้กับเราทั้งสอง น้องอยากจะมอบเพลงนี้เป็นสื่อกลางของเราสองคนไปยังประชาชน เนื่องในวันเกิดพี่ชายค่ะ” – คำปรารภนำเสียงร้องของน้องสาว

“ทุกวันที่ผ่านพ้นไป ทุกเพลงข้างในหัวใจเป็นเพลงของเธอ กว่าจะนึกขึ้นได้ว่านาน ที่เรานั้นได้พบได้เจอ เพิ่งจะรู้ว่าฉันมีเธอมานานขนาดนี้ แต่เมื่อลองมานึกย้อนไป วันที่ร้ายหรือวันที่ดี ก็หันไปเจอเธออยู่ข้าง ๆเรื่อยมา ก็คือคน คุณคือคนหนึ่ง ที่ไม่ซึ้งไม่
เห็นสำคัญ ไม่เคยนึกวันนี้จะมีรางวัลจากฟากฟ้า อยากจะมีคำพูดดี ๆ ที่จะใช้พูดแทนสายตา ว่ารักยิ่งกว่า มันมากยิ่งกว่า
มากมาย

(สร้อย) เพราะมีเธอ ชีวิตนี้จึงเดินมาไกลยิ่งกว่าความฝัน เพราะมีเธอ ชีวิตฉันจึงเจอเส้นทางที่มีแสงไฟ เป็นของขวัญที่
สวยที่สุด และมีค่าที่สุดสำหรับหนึ่งลมหายใจ สัญญาว่าจะไม่ทิ้งไป สัญญาจะวางหัวใจบนมือของเธอ…

”มันเป็นเรื่องของพี่น้องที่เขารักกัน ดั๊นมีคนเอาไปตีความว่า อ้ออ๋อ ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของบ้านเมืองนี่นะ ของขวัญที่สวยที่สุด – เฮ้อ!

รัฐกิจ ‘นายกฯ’ ของขวัญที่พี่ให้ โดย กระจกทำเนียบ

EconNews ฉบับที่ ๕๙๐ ประจำเดือนสิงหาคม ๒๕๕๙ หน้าที่ ๑๐

Read more
สองปีเมืองไทยในมือ คสช.

ย้อนไปในช่วง ๑๒ มีนาคม – ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๓ ที่เกิด ‘สถานการณ์เสื้อแดง’ โดยแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) การ ‘ป่วนเมือง’ ครั้งนั้น ส่งผลเสียหายต่อเศรษฐกิจของชาติกว่า ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท สำคัญที่สุดคือชีวิตของคนไทยด้วยกัน โดยเฉพาะทหารที่รักษาความสงบ ต้องเสียชีวิตจากนํ้ามือของคนกลุ่มหนึ่ง…

Read more
‘ยิ่งลักษณ์’ ผู้นำโลก ‘ยอดแย่’ อันดับ ๕

คดีจำนำข้าวระหว่างอัยการสูงสุด โจทก์ กับนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จำเลย ตามมาตรา ๑๓ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. ๒๕๔๒

Read more