เป็นนักการเมือง แต่กลัวยุทธศาสตร์ชาติ เป็นนักการเมือง แต่กลัวยุทธศาสตร์ชาติ
ยุทธศาสตร์ (strategy) กล่าวโดยสรุป เป็นศาสตร์และศิลป์ในการนำทรัพยากรด้านต่าง ๆ มาสนับสนุนการดำเนินนโยบายให้เกิดประโยชน์สูงสุด (ประสิทธิภาพ) เมื่อเป็นยุทธศาสตร์ของชาติ จึงเป็นการนำกำลังอำนาจของชาติในทุก ๆ ด้าน อาทิ การเมืองเศรษฐกิจ สังคมจิตวิทยา วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม พลังงาน หรือแม้แต่การทหาร มาใช้ในการดำเนินนโยบายของชาติอย่างมีประสิทธิภาพ พระราชบัญญัติการจัดทำยุทธศาสตร์ พ.ศ. ๒๕๖๐ ไม่ได้นิยามความหมาย... เป็นนักการเมือง แต่กลัวยุทธศาสตร์ชาติ

ยุทธศาสตร์ (strategy) กล่าวโดยสรุป เป็นศาสตร์และศิลป์ในการนำทรัพยากรด้านต่าง ๆ มาสนับสนุนการดำเนินนโยบายให้เกิดประโยชน์สูงสุด (ประสิทธิภาพ)

เมื่อเป็นยุทธศาสตร์ของชาติ จึงเป็นการนำกำลังอำนาจของชาติในทุก ๆ ด้าน อาทิ การเมืองเศรษฐกิจ สังคมจิตวิทยา วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม พลังงาน หรือแม้แต่การทหาร มาใช้ในการดำเนินนโยบายของชาติอย่างมีประสิทธิภาพ

พระราชบัญญัติการจัดทำยุทธศาสตร์ พ.ศ. ๒๕๖๐ ไม่ได้นิยามความหมาย ‘ยุทธศาสตร์ชาติ’ แต่บอกว่าประกอบด้วย (๑) วิสัยทัศน์การพัฒนาประเทศ (๒) เป้าหมายการพัฒนาประเทศระยะยาว ที่ต้องกำหนดเวลาดำเนินการให้บรรลุเป้าหมายและตัวชี้วัด และ (๓) ยุทธศาสตร์ด้านต่าง ๆ

แต่นักการเมือง โดยเฉพาะกลุ่มที่ถูกล้มล้างอำนาจ ปฏิเสธยุทธศาสตร์ชาติ อ้างว่าจะทำให้ไม่เป็นอิสระในการบริหารงานเมื่อได้เป็นรัฐบาล เพราะกฎหมายกำหนดให้มีผลผูกพันหน่วยงานของรัฐ และตำหนิยุทธศาสตร์ที่ยาวนานถึง ๒๐ ปี ขณะที่โลกมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

นักการเมืองที่หยิบเฉพาะส่วนใดส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์มาพูด ก็จะมีเหตุผลตามคนที่พูด ผู้ฟังที่ไม่เปิดใจอยู่แล้วก็จะคล้อยตามผู้พูดทันที หรือผู้ฟังที่ไม่มีเวลาติดตามข่าวสารอาจเกิดความสับสนหรือเห็นตามไปด้วยก็ได้อีกเช่นกัน

ข้อเท็จจริง ยุทธศาสตร์ชาติ แม้ผูกพันหน่วยงานของรัฐ แต่ไม่ได้มีรายละเอียดเชิงปฏิบัติการเพราะยังเป็นเพียงวิสัยทัศน์ กรอบการพัฒนา และเป้าหมายในด้านต่าง ๆ ที่หน่วยงานของรัฐต้องทำแผนงานตามนโยบายของรัฐบาลซึ่งก็ยังมีอิสระในการนำยุทธศาสตร์ของชาติในเรื่องใดมาใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาประเทศ แต่เมื่อเป็นนโยบายและแผนแล้ว ก็ต้องเป็นไปตามกรอบและตอบโจทย์ที่กำหนดไว้ในยุทธศาสตร์ชาติ

ที่ผ่าน ๆ มา แม้มี ‘แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ’ มาแล้ว ๑๒ ฉบับ ก็จริง แต่มีน้อยรัฐบาลที่ใส่ใจนำมาประกอบการกำหนดนโยบายบริหารประเทศ

การรับจำนำข้าวที่กำหนดเพดานไว้สูงกว่าราคาตลาด คือกรณีศึกษาสำหรับนโยบายในการบริหารประเทศที่ขาดยุทธศาสตร์และไร้ประสิทธิภาพ – นโยบายการรับจำนำข้าวเป็นเพียงเครื่องมือในการหาเสียง โดยอ้าง ‘การลืมตาอ้าปาก’ ของชาวนา

กล่าวเฉพาะยุทธศาสตร์ชาติ ส่วนที่น่าจะเป็น ๒๐ ปี ได้จริง ๆ คือ ‘วิสัยทัศน์’ ที่ต้องการเป็น แต่ก็ต้องอยู่ใน ‘วิสัย’ ที่จะไปให้ถึงบนพื้นฐานกำลังอำนาจของชาติในด้านต่าง ๆ

‘ยุทธศาสตร์’ ไม่อาจกำหนดไว้ตายตัวหรือเปลี่ยนแปลงไม่ได้ เช่นเดียวกับยุทธศาสตร์ชาติ จึงมีการแบ่งเป็นช่วงเวลา อาทิ ระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เพื่อประเมินผลและปรับปรุงแผนการดำเนินงานให้สอดคล้องกับบริบทที่เปลี่ยนไปและสภาพกำลังอำนาจของชาติ
ไทยไม่ใช่ประเทศแรกที่มียุทธศาสตร์ชาติ เพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียงอย่างมาเลเซียมีก่อนไทยหลายปี เขาตั้งวิสัยทัศน์ไว้สูงมากคือการเป็น ‘ประเทศพัฒนาแล้ว’ (developed country) จึงออกตัวแรงตั้งแต่แรก – วันนี้ มาเลเซียเป็นอย่างไร คำตอบเห็นได้ชัดว่าเขายืนอยู่ข้างหน้าเรา

เขียนเรื่องนี้ เพราะไม่อยากเห็นคน (นักการเมือง) ที่มือไม่พาย แล้วยังเอาเท้ารานํ้า

บรรยงค์ สุวรรณผ่อง คอลัมน์’คิด’ EconNews ฉบับเดือนสิงหาคม ๒๕๖๐ Issue ๖๐๒ หน้าที่ ๗